head-bannongjok-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
วันที่ 29 กรกฎาคม 2021 12:46 AM
head-bannongjok-min
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
หน้าหลัก » นานาสาระ » ดูแลรักษาดาวเรือง 

ดูแลรักษาดาวเรือง 

อัพเดทวันที่ 5 พฤศจิกายน 2020

ดูแลรักษาดาวเรือง 

ดูแลรักษาดาวเรือง 

ดูแลรักษาดาวเรือง ตามที่ได้เขียนบทความขั้นตอนการปลูกและดูแลรักษาดาวเรือง ตอนที่ 1 ไปในครั้งที่แล้ว ตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1 จนถึงขั้นตอนที่ 5 บทความตอนที่ 2 ครั้งนี้จึงเป็นขั้นตอนในส่วนที่เหลือ ที่จะทำให้ผู้สนใจปลูกดาวเรืองได้เรียนรู้จนถึงขั้นตอนสุดท้าย จะมัวรอช้ากันทำไมล่ะคะ สตร์ทเครื่องเดินหน้าศึกษาให้จบ เพื่อจะได้ลงมือทำตามความฝันในการเป็นเจ้าของไร่ดาวเรืองที่เหลืองสะพรั่งกันดีกว่าคะ ส่วนหนึ่งของเนื้อหาขั้นตอนที่ยกมาจากตอนที่ 1 เพื่อความต่อเนื่องในการศึกษา

ขั้นตอนการปลูกดาวเรือง
การเพาะเมล็ดดาวเรือง วิธีการเพาะเมล็ด และเทคนิคการเพาะดาวเรือง การเตรียมดินและแปลงปลูกดาวเรือง การวางระบบน้ำ

วิธีการปลูก
การดูแลรักษา ( การตัดยอด การคลุมโคน การขึงเชือกดาวเรือง ) ปุ๋ย ( การใส่ปุ๋ยบำรุงดินและต้นดาวเรืองในแต่ละระยะการปลูก) การตลาดกับดาวเรือง ( ตลาดชุมชน และตลาดค้าส่ง ราคาดอกดาวเรือง ) การตัดดอกขาย ( วิธีตัดดอก การคัดไซด์ ) กฎของการส่งดอกขายตลาดขายส่ง ลักษณะถุงที่ใช้ และการบรรจุถุงเพื่อส่งขายตลาดค้าส่ง

10.โรคและปัญหาของดาวเรือง ( หญ้า เชื้อรา ดอกลาย ดอกเปื้อนดิน การใส่ปุ๋ย เพื่อการบำรุงรักษาต้นดาวเรือง เนื่องจากดาวเรือง เป็นพืชที่มีลำต้นกลวง หักง่าย และให้ผลิตผลเป็นดอก ดังนั้นการดูแลในเรื่องของปุ๋ยก็เป็นปัจจัยสำคัญยิ่งที่ต้องให้ปุ๋ยในแต่ละระยะอย่างต่อเนื่อง โดยการใส่ปุ๋ย สรุปดังนี้

เมื่อปลูกดาวเรืองในระยะแรกๆให้ใช้ปุ๋ยเม็ด สูตร 15-0-0 ทุกๆ 7 วัน โดนโรยบริเวณโคนต้น ในอัตราส่วน 30 กิโลกรัมต่อ 1 ไร่ ซึ่งหากไม่ใช้การโรยที่โคนต้น อาจใช้การละลายในน้ำโดยแบ่งตามอัตราส่วนที่เหมาะสมในการผสมในสัดส่วน 30 กิโลกรัมต่อไร่ดังที่กล่าวไปแล้วในเบื้องต้น การใส่ปุ๋ย15-0-0 ไปทางการรดน้ำ ควรทำทุกๆ2-3 วัน จนกระทั่ง ดาวเรืองออกดอกเป็นดอกตูมขนาดเท่าหัวไม้ขีดไฟ จึงเปลี่ยนปุ๋ยเม็ดเป็นสูตร 15-15-15 ในอัตราส่วนเดิมคือ 30 กิโลกรัมต่อ 1 ไร่ จะใช้แบบโรยโคนต้น หรือ ละลายรดไปทางน้ำก็ได้เช่นกัน ใช้ปุ๋ยสูตรนี้จนกระทั่ง คอกของดาวเรืองเริ่มแย้มกลีบสีเหลืองให้เห็น จึงเปลี่ยนปุ๋ยเป็นสูตร 8-24-24 ในอัตราส่วนและวิธีเช่นเดิม

โดยปุ๋ยสูตร 8-24-24 นี้จะต้องใส่บำรุงไปเรื่อยๆตราบเท่าที่เราต้องการให้ดาวเรืองออกดอกสวยงาม อย่างไรก็ตาม ดังที่ได้เน้นในหลายต่อหลายครั้งว่า ปัญหาใหญ่ของดาวเรืองคือเรื่องของเชื้อรา ดังนั้นในการดูแลบำรุงรักษาจึงควรที่จะใช้จุลินทรีย์เป็นส่วนผสมในการให้ปุ๋ยดาวเรืองในทุกๆระยะ ทั้งนี้เพื่อสร้างภูมิต้านทานและต่อสู้กับฝนที่ตกในฤดูกาลที่ปลูกดาวเรืองด้วย สิ่งที่พึงระวังและเป็นข้อห้ามสำหรับการให้ปุ๋ยในดาวเรืองคือ ห้ามใช้ปุ๋ยยูเรีย ที่มีไนโตรเจนสูง 46-0-0 กับดาวเรืองเด็ดขาด เพราะปกติฝนที่ตกลงมาก็มีไนโตรเจนสูงมากอยู่แล้ว และดาวเรืองเป็นพืชที่ลำต้นกลวงโดยธรรมชาติ การได้รับไนโตรเจนมากเกินไปจะทำให้ลำต้นของดาวเรือง

เปราะและหักง่ายยิ่งขึ้นไปอีก แต่ทางแก้ที่ดีและได้ผลที่สุดคือ การให้ปุ๋ย แคลเซี่ยมโบรอน ซึ่งมีทั้ง ปุ๋ยเคมี และปุ๋ยอินทรีย์เป็นระยะ เพื่อเสริมให้ลำต้นแข็งแรง ดอกและกลีบดอกแข็งแรงอีกด้วย สำหรับเรื่องปุ๋ยอินทรีย์ เราสามารถทำเองได้ โดยจะทำการแบ่งปันวิธีการทำปุ๋ยอินทรีย์ในโอกาสหน้า ที่จะบรรยายเรื่องปุ๋ยโดยเฉพาะ การตลาดกับการปลูกดาวเรือง ปัญหาใหญ่ของเกษตรกรโดยทั่วไปคือ การปลูกพืชแล้วไม่มีตลาดส่ง สำหรับดาว

เรืองนั้น มีตลาดที่จะส่งผลิตผลขายเพื่อเป็นรายได้อยู่ 2 ตลาดใหญ่ๆคือ
1.ตลาดชุมชน ( ร้านขายดอกไม้ ขายพวงมาลัย ในชุมชนใกล้แหล่งที่ปลูก หรือ ตลาดของจังหวัดนั้นๆ )

2.ตลาดค้าส่ง ( ปากคลองตลาด ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง ) จุดเด่นและความแตกต่างของตลาดทั้ง 2 กลุ่มคือ ตลาดชุมชน เมื่อนำส่งจะได้รับเงินสดทันที และการจัดการในการส่งขาย เงื่อนไขของคุณภาพดอกที่ส่งขายจะน้อยกว่าตลาดค้าส่งโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน แต่ ตลาดชุมชนจะได้ราคาสูงกว่าตลาดค้าส่ง เพราะส่งถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง แต่ก็จะส่งได้ในปริมาณที่น้อย ตลาดค้าส่ง ส่งขายได้ในปริมาณที่มาก โดยราคาจะถูกกว่าตลาดชุมชน และการจ่ายเงินรายได้จากการขายจะเป็นระบบ บิลต่อบิล คือจะได้รับเงินบิลเก่าหลังจากที่นำดาวเรืองชุดใหม่ไปจัดส่ง โดยราคาจะขึ้นลงตามความต้องการของลูกค้าในช่วงเวลานั้นๆ

ข้อแนะนำ ควรหาตลาดไว้ทั้งสองกลุ่ม เพื่อป้องกันความผันผวนและความไม่แน่นอนของผู้ซื้อ การตัดดอกขาย ( วิธีตัดดอก การคัดไซด์ ) ในความเป็นจริงของตลาดดาวเรือง การตัดดอกและคัดไซด์ขึ้นอยู่กับผู้ซื้อเป็นผู้กำหนดราคา แต่พอจะสรุปไซด์ที่เรียกกันเป็นมาตรฐานในตลาดดาวเรืองโดยสังเขปดังนี้ ไซด์บิ๊ก *ไซด์โบ้ *ไซด์ใหญ่ *ไซด์กลาง *ไซด์จิ๋ว เงื่อนไขของการส่งดอกขายตลาดขายส่ง ลักษณะถุงที่ใช้ และการบรรจุถุงเพื่อส่งขายตลาดค้าส่ง การตัดดอกดาวเรืองขาย ข้อห้ามสำคัญมีอยู่หลายข้อคือ

1. ห้ามดอกเปียก ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบากมากสำหรับการจัดการโดยเฉพาะการตัดดอกขายในฤดูฝน เพราะดอกจะเปียกอยู่ โดยมีวิธีทำให้ดอกแห้งได้โดยการสะบัดน้ำดอกมือ และคว่ำดอกเรียงชั้นเดียวเพื่อผึ่งให้แห้งก่อนบรรจุถุงนำส่ง และมีข้อห้ามเด็ดขาดที่จะใช้การปั่นดอกให้แห้งด้วยเครื่อง เพราะดอกจสวยเพียงชั่วคราว วันรุ่งขึ้นก็จะเสียงทรงและช้ำ สร้างความเสียหายแค่ลูกค้า ไม่สามารถนำไปใช้งานได้ ด้วยความจัดการที่ค่อนข้างยาก ทำให้ดอกดาวเรืองในฤดูฝนมีราคาที่ค่อนข้างสูง

2. ดอกต้องไม่เป็นลาย ซึ่งมีสาเหตุมาจากเชื้อรา

3.ดอกต้องไม่เปื้อนดิน และหากเปื้อนดินแล้วนำไปล้างน้ำก็ไม่สามารถใช้ได้ เพราะอาคารกลีบช้ำจะฟ้องขึ้นมาในไม่นาน ซึ่งทำให้ลูกค้าไม่เชื่อถือในคุณภาพ และไม่มีความไว้วางใจในผู้ผลิต ขนาดดอกและการคัดไซด์ดอกดาวเรือง

จัมโบ้ ขนาดดอก 10 -12 ซม.
เบอร์ 1 (ใหญ่ ) ขนาดดอก 8 – 9 ซม.
เบอร์ 2 (กลาง) ขนาดดอก 6 – 7 ซม.
เบอร์ 3 (เล็ก) ขนาดดอก 5 ซม.
ต่ำกว่า 5 ซม. คือนำไปทำขามาลัย

โรคและปัญหาของดาวเรือง
ศัตรูตัวร้ายที่สำคัญของดาวเรืองคือ หญ้า และ หนอนกินใจกลางดอก เชื้อรา และดอกลายซึ่งเกิดจากเชื้อรา และฝนซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดเชื้อราและดอกต้องเปื้อนดินเพราะน้ำฝนกระเด็นใส่ และถึงแม้ว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ที่ปลูกดาวเรืองจะหลีกเลี่ยงการปลูกดาวเรืองในหน้าฝน เพราะเกรงจะเจอปัญหาดังกล่าว ทำให้ผลผลิตเสียหายแต่ก็มีเกษตรกรจำนวนไม่น้อย ที่พยายามคิดค้นวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้ไปให้ได้ เพราะว่าดอกดาวเรืองในฤดูฝนจะมีราคาที่ค่อนข้างสูง ได้เรียนรู้ทุกขั้นตอน และวิธีบำรุงรักษาของการปลูกดาวเรืองแล้ว ทีนี้ก็ลองมาพิจารณา และชั่งใจดูว่า คุณพร้อมที่จะดูแลและตกหลุมรักเจ้าดาวเรืองสีเหลืองเต็มไร่แล้วหรือยัง ถ้าพร้อมแล้วก็ ..ลงมือทำได้เลยค่ะ

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)