head-bannongjok-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
วันที่ 27 พฤศจิกายน 2021 7:15 AM
head-bannongjok-min
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
หน้าหลัก » นานาสาระ » ลมพิษ เกิดได้ทั้งจากปัจจัยภายนอกที่ต้องระวัง

ลมพิษ เกิดได้ทั้งจากปัจจัยภายนอกที่ต้องระวัง

อัพเดทวันที่ 20 สิงหาคม 2021

ลมพิษ สามารถใช้ยาในการรักษาได้ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นลมพิษที่เกิดจากอาการแพ้ ดังนั้นสามารถใช้ยาสามัญได้เช่น ผลิตภัณฑ์เซรั่มและวัคซีน อาการมีระยะฟักตัวที่แน่นอน สามารถใช้แอสไพริน มอร์ฟีน อะโทรพีน วิตามินบี 1 โพลิมัยซิน และยาอื่นๆ เป็นสารปลดปล่อยฮีสตามีน ซึ่งสามารถกระตุ้นเซลล์แมสต์ได้โดยตรง เพื่อปล่อยฮีสตามีนและทำให้เกิดลมพิษ

ปัจจัยทางจิต ความเครียดทางจิตใจ อารมณ์แปรปรวน ภาวะซึมเศร้าอาจเป็นปัจจัยจูงใจให้เกิดลมพิษได้ อาหารที่มีโปรตีนจากสัตว์เป็นหลัก เช่น ปลา กุ้ง ปู ไข่ นม และอาหารทะเลอื่นๆ เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค ผักและผลไม้บางชนิด สามารถทำให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นกัน การเพิ่มรสชาติ สารกันบูด และเม็ดสีในอาหาร รวมถึงสารธรรมชาติ หรือสารสังเคราะห์ในอาหารเช่น กรดซาลิไซลิกและกรดซิตริกก็ทำให้เกิดลมพิษได้เช่นกัน

ปัจจัยทางกายภาพ เช่น ความร้อน ความเย็น แสงแดด การเสียดสีและแรงกดล้วนเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ ยังอาจเกิดจากโรคทางเดินอาหาร ความผิดปกติของการเผาผลาญ ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ และปัจจัยทางจิต โรคเช่น โรคทางเดินอาหาร เนื้องอก โรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ ความผิดปกติของการเผาผลาญสามารถทำให้เกิดลมพิษได้เช่นกัน

ปัจจัยสัตว์และพืชเช่น แมลงกัดต่อย หรือการสูดดมละอองเกสร สะเก็ดตามผิวหนัง วิธีการรักษาลมพิษ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการกำเริบเป็นเวลานาน แนะนำให้ไปโรงพยาบาล เพื่อตรวจเลือดเป็นประจำ เพื่อดูว่า มีการติดเชื้อหรือไม่ เพราะการแพ้ที่เกิดจากการติดเชื้อ อาจเกิดซ้ำได้หลายครั้ง หากผลการทดสอบบ่งชี้ว่า มีการติดเชื้อ เนื่องจากยาปฏิชีวนะสามารถใช้ได้

สำหรับผู้ป่วยลมพิษที่ไม่หายขาดเป็นเวลานาน สามารถใช้ยาเฉพาะที่มีผลทางคลินิกที่สำคัญ ในการรักษาลมพิษได้ ตัวอย่างเช่น สตินคอรินในต่างประเทศเป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับการรักษาลมพิษในปัจจุบัน โดยยาที่มีผลการรักษาที่สมบูรณ์นั้นหายากกว่า

ลมพิษ

การรักษาลมพิษเป็นส่วนใหญ่เพื่อค้นหาสาเหตุ หากจำเป็นสามารถทดสอบสารก่อภูมิแพ้ได้ แต่ต้องไปโรงพยาบาล แต่ต้องดูเวลาสำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน การเลือกใช้ยาเฉพาะจะต้องรวมกับสถานการณ์จริงของผู้ป่วย เซทิริซีนเป็นของยาต้านฮิสทามีน และสามารถใช้รักษาลมพิษได้ ไม่แนะนำให้รับประทานยาโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ควรรักษาภายใต้คำแนะนำของแพทย์

สูตรรักษา ลมพิษ สามารถใช้ใบรังบวบสด โดยนำมาทาบริเวณผื่นแล้วถูซ้ำๆ แทนที่จะเกาด้วยมือ ที่ใดๆ ก็ตามของร่างกาย หากใช้ใบรังบวบสดถูไปก็หายไปอย่างรวดเร็ว ผื่นสามารถหายไปได้ ในชีวิตประจำวันสามารถล้างใบรังบวบสดด้วยน้ำสะอาด เพื่อใช้ในภายหลังได้ ครั้งแรกให้ถูด้วยใบรังบวบสด จากนั้นถูมากกว่า 10 ครั้ง โรคจะค่อยๆ หายไป

การใช้น้ำต้นหอม ควรเคลือบด้วยน้ำกระเทียมหอมสด หลังจากใช้วิธีนี้ อาการคันก็หายไปในวันรุ่งขึ้น ผื่นก็หายไปด้วย โดยทาวันละ 2 ครั้ง หลังจากทาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1 สัปดาห์ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการกลับมาเป็นซ้ำ หลังจากที่ใช้กระเทียมหอมสดสับและกด เพื่อทำน้ำออกมาแล้ว ก็สามารถนำมาใช้ในภาชนะได้หลายวัน หรือเก็บไว้ในตู้เย็น

วิธีดูแลลมพิษ ให้เช็ดบริเวณที่ได้รับผลกระทบด้วยน้ำอุ่น เมื่อลมพิษเกิดขึ้น บริเวณที่ได้รับผลกระทบจะมีอาการคันที่รุนแรงมากขึ้น ผู้ป่วยสามารถค่อยๆ เช็ดบริเวณที่เป็นลมพิษด้วยน้ำอุ่น ในตอนเช้าและเย็น ซึ่งสามารถบรรเทาอาการคันของบริเวณที่เป็นลมพิษได้ ควรระบายอากาศในบ้านได้มากขึ้น เมื่อมีอาการลมพิษ ควรรักษาในที่ที่มีอากาศถ่ายเท เพราะจะช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตของผู้ป่วยกลับมาเป็นปกติได้

การบริโภคผักและผลไม้เป็นประจำ แม้ว่าจะไม่ชอบกินผักและผลไม้ ในชีวิตประจำวันควรกินผักและผลไม้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสุขภาพในช่วงที่เป็นโรคลมพิษ เนื่องจากมีการบำรุงที่ส่งเสริมการพัฒนาระบบไหลเวียนโลหิตที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ออกกำลังกายแรงๆ เนื่องจากผู้ป่วยลมพิษย่อมมีเหงื่อออกมากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากออกกำลังกายอย่างรุนแรง ระบบไหลเวียนโลหิตและระบบต่อมไร้ท่อ มักจะเกิดความผิดปกติขึ้น ซึ่งไม่เอื้อต่อการฟื้นตัวของผู้ป่วยลมพิษ

ลมพิษห้ามกินอะไร วัตถุเจือปนอาหารเช่น เครื่องปรุงรส และวัตถุเจือปนสี ไม่ควรรับประทานโดยไม่ได้ตั้งใจ อาหารทะเลเช่น ปลา กุ้ง ปู หอยแครง เนื่องจากล้วนแต่เป็นโปรตีนสูง จึงมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดลมพิษได้มากกว่า ผักเช่น หน่อไม้ กระเทียม หน่อไม้ ผักโขม มะเขือยาว มะเขือเทศ ล้วนแล้วแต่เป็นทางเลือกที่เหมาะสม หากร่างกายอ่อนแอ ให้ทานข้าวต้มหรือโจ๊กแทน

อาหารปศุสัตว์ได้แก่ ไก่ เป็ด ห่าน เนื้อวัว หากกินมากเกินไปจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ และอาการอื่นๆ ได้ง่าย เพราะยังทำให้เกิดลมพิษอีกด้วย ผลไม้ หากกินผลไม้มากขึ้นเช่น ลูกพีช แอปริคอต สตรอเบอร์รี่ ลูกพลัมจะทำให้เกิดปัญหาทางร่างกายหลายอย่างเช่น ร่างกายสร้างความร้อน เพราะอาจทำให้เกิดลมพิษได้

 


บทความอื่นที่น่าสนใจ > หลุยส์ วิตตอง ตำนานคนแพ็คของสู่ผู้ก่อตั้งแบรนด์ดัง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)