head-bannongjok-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
วันที่ 27 พฤศจิกายน 2021 6:54 AM
head-bannongjok-min
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
หน้าหลัก » นานาสาระ » อุโมงค์รถไฟมรณะ

อุโมงค์รถไฟมรณะ

อัพเดทวันที่ 16 ธันวาคม 2020

อุโมงค์รถไฟมรณะ

อุโมงค์รถไฟมรณะ

 

อุโมงค์รถไฟมรณะ มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับอุโมงค์รถไฟแห่งหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้ อุโมงรถไฟนี้เป็นอุโมงเก่าที่ไม่ได้ถูกใช้งานแล้ว ในเขตช็องจู จังหวัดซุงช็อง อุโมงค์นี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 แต่ต่อมาในปี ค.ศ.1994อุโมงค์นี้ก็ต้องปิดตัวไป ชาวบ้านในพื้นที่เล่ากันว่าอุโมงค์นี้มีซื่อว่า อุโมงค์ “มาช็อง” เป็นมุโมงที่ทำขึ้นเพื่อให้รถไฟสามารถรอดผ่านใต้ถนนได้ หญิงชราที่เป็นมีอายุมากที่สุดในเขตช็องจูเล่าว่า อุโมงค์รถไฟมาซองนั้นเป็นอุโมงค์ต้อง คำสาปมีวิณญาณชั่วร้าย คอยเอาชีวิตผู้ที่เดินทางผ่านอุโมงค์นี้ 

ย้อนกลับไปในช่วงยุคโชช็อนของประเทศเกาหลีมีครอบครัวอยู่ครอบครัวหนึ่ง พ่อซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวเป็นขุนนางตำแหน่งใหญ่ที่คอยรับใช้ดูแลหัวเมืองซุงช็องของเกาหลี ครอบครัวนี้มีลูกด้วยกันถึงหกคน โดยมีลูกชายสี่คน และลูกสาวสี่คน พวกเขามีบ้านที่ใหญ่ซึ่งบ้านหลังนั้นปัจจุบันยังคงถูกเก็บรักษาอยู่ในเมืองช็องจู ชาวบ้านในเมืองต่างรู้จักตระกูล “มาช็อง” เพราะแม้พวกเขาจะมีฐานะที่ดีและเป็นถึงข้าราชการของพระเจ้าแผ่นดินแต่พวกเขาก็ไม่เคยกดขี่ประชาชน และยังคอยช่วยเหลือประชาชนอีกด้วน ลูกชายคนโตของตระกูลได้เรียนหนังสือจนสามารถสอบเข้าเป็นขุนนางได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ส่วนลูกสาวคนที่สองนั้นเป็นหญิงที่เพียบพร้อมไปด้วยหน้าตา รูปร่าง กิริยา งานบ้านงานเรือน เธอต่างเป็นที่ต้องการของเหล่าลูกชายมหาเศรษฐีและขุนนาง หรือแม่กระทั่งพระราชโอรสของพระเจ้าแผ่นดินก็ต้องการที่จะได้เธอมาครอบครอง ส่วนลูกคนที่สามของขุนนางตระกูลมาช็องนั้นแม้เธอจะเป็นหญิงสาวแต่ความกล้าของเธอไม่แพ้ชายใดในเกาหลีใต้เลย เธอมีความคิดที่แสนฉลาดและเฉียบแหลบ มีความสามารถในการยิงธนูที่แม่นยำทั้งยังมีความสามารถในด้านการต่อสู้ พระราชินีทรงโปรดความเก่งของลูกสาวคนที่สามของขุนนางมาช็องเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่ความเก่งทางด้านการต่อสู้และสติปัญญาเท่านั้นเรื่องความงดงามเธอก็ไม่ได้มีน้อยไปกว่าพี่สาวของเธอเลย ลูกคนที่สี่ของขุนนางมาช็องยังไม่โตมากนักเขามีอายุเพียงสิบสองปี แต่ความฉลาดของเขานั้นมีมากยิ่งกว่าเด็กอายุสิบสอง เขาสามารถแต่งกวีจนทำให้พระเจ้าแผ่นดินโปรดปรานในฝีมือของเขา แต่เป็นที่น่าเศร้าของตระกูลมาช็องลูกชายคนที่ห้าของเขาเสียไปตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ความ เพราะในช่วงที่เขาเกิดนั้นเขตชุงช็องต้องพบเจอกับความหนาวเย็นจนทำให้มีคนล่มตายเป็นจำนวนมาก ลูกคนสุดท้ายของขันนางมาช็องนั้นเป็นเด็กชายที่มีอายุเพียงสามปี เขามีหน้าตาที่น่ารักตั้งแต่เกิดเหล่าชาวบ้านต่างเอ็นดูในความน่ารักของเขา

ด้วยความสมบูรณ์และตำแหน่งหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ของขุนนางมาช็องนั้นเป็นเหตุให้คนในราชวงศ์ต่างไม่ขอบเขาเป็นอย่างมาก ด้วยความฉลาดของขุนนางมาช็องเขาสามารถจัดการเหล่าโจรที่เข้ามายึดซุงซองได้โดยไม่เสียทหารแม้แต่นายเดียว ทั้งยังสามารถทำให้พวกโจรยอมมอบของบรรณาการให้แก่พระเจ้าแผ่นดินได้ ด้วยความเก่งและฉลาดของเขาทำให้มีเหล่าขุนนางที่ไม่ชอบรวมตัวกันที่จะทำร้ายครอบครัวและชีวิตของเขา 

ในค่ำคืนที่ไร้ซึ่งแรงลมเหล่าขุนนางที่เกลียดตระกูลของขุนนางมาช็องได้ส่งนักฆ่าเข้ามาจำนวนมาก ขุนนางมาช็องรู้ตัวทันและได้ต่อสู้ปกป้องครอบครัวเขา แต่เขานั้นไม่สามารถจัดการคนเดียวได้ เหล่านักฆ่ามีจิตใจที่เหี้ยมโหดเขาสังหารขุนนางมาช็องและภริยาในทันที ก่อนที่พวกเขาจะทำร้ายความบริสุทธิ์ของลูกสาวคนโตและฆ่าเธอ ณ เวลานั้นลูกชายคนโตและลูกสาวคนที่สามนั้นไม่ได้อยู่ที่บ้านจึงไม่มีใครช่วยขุนนางมาช็องปกป้องบ้าน แม้แต่ลูกชายคนเล็กของบ้านที่มีทั้งความน่ารักและน่าเอ็นดูพวกนักฆ่าก็ฆ่าเขาได้โดยไร้ความปราณี หลังจากนั้นพวกเขาจึงจุดไฟเผาร่างของทั้งสี่ให้ไหม้ไหปพร้อมกับบ้าน

เมื่อเรื่องนี้รู้ถึงลูกทั้งสองที่ยังมีชีวิตพวกเขาโกรธแค้นในการกระทำอันโหดร้ายนี้มาก พวกตัวตัดสินใจกลับมาที่บ้านเพื่อทำพิธีกรรมต้องห้ามขอพรจากเหล่าสิ่งชั่วร้ายให้ไปทำร้ายคนที่ฆ่าครอบครัวพวกเขาและพวกเขาขอแลกด้วยชีวิตของพวกเขา เมื่อเช้าของวันเหล่าชาวบ้านพบศพของพี่น้องตระกูลมาช็องแขวนของอยู่ที่ประตูหน้าบ้านตระกูลมาช็อง คำสาปที่ทั้งสองประกอบพิธีเป็นผลเหล่าขุงนางที่ทำร้ายครอบครัวค่อยๆเสียชีวิตกันไปจนหมด หลังจากนั้นในพระเจ้าแผ่นดินได้นำร่างของครอบครัวมาช็องมาฝั่งไว้ณภูเขาทางเข้าเขตเมืองช็องจู และด้วยความรักของพระโอรสที่มีให้แก่ลูกสาวขุนนางอย่างสุดหัวใจเขาได้ลงคำสาป หากผู้ใดมาทำลายสถานที่นี้พวกเขาจะต้องพบแก่ความตาย

เวลาผ่านไปเนินนานในปี ค.ศ.1990 เกาหลีใต้ได้ทำการสร้างอุโมงรถไฟเพื่อความสะดวกในการเดินทางแต่ทว่าพวกเขากลับมาเจาะอุโมงในบริเวรที่เป็นที่ตั้งของตระกูลมาซ็อง เมื่ออุโมงค์รถไฟนี้สร้างเสร็จความน่ากลัวและคำสาปจึงเริ่มขึ้น ในช่วงปีค.ศ. 1991 มีรถไฟขบวนหนึ่งกำลังเดินทางที่จะผ่านอุโมงค์นี้เมื่อรถไฟผ่านเข้ามาแล้วอยู่ๆรถไฟก็ไม่สามารถวิ่งต่อได้ ผู้โดยสารที่นั่งอยู่นั้นเกิดความสงสัยกันอย่างมาก ด้วยเมืองช็องจูนั้นไม่ค่อยมีใครเดินทางมามากนัก ในขบวนรถไปจึงมีผู้โดยสารเพียงสิบสองคน เรื่องน่ากลัวนั้นเริ่มขึ้นเมื่อรถไฟได้หยุดชะงักลง เสียงร้องไห้ของหญิงสาวดังขึ้นมา “ช่วยฉันด้วย” เสียงร้องไห้ดังไปทั่วทั้งขบวนเหล่าผู้คนต่างหวาดหลัวกันมาก หลังจากนั้นเพียงครู่เดียวมีชายและหญิงแต่งตัวด้วยชุดเกาหลีโบราณเดินไปตามทางเดินรถไฟ พวกเขาใช้เชือกฟาดไปทั่วรถไฟจนเกิดเสียงดังสนั่น เด็กชายตัวเล็กๆถือมีดขนาดใหญ่กว่าตัวเขาไล่ฟันผู้คนที่คิดจะหนีออกจากรถไฟ มีผู้โดยสารหญิงคนนึงเธอเป็นเด็กมัธยมที่กำลังเดินทางกลับไปเยี่ยมคุณย่าของเธอได้พบเจอเหตุการณ์ที่น่ากลัวนี้ เธอพยายามที่จะหนีแต่เธอนั้นไม่สามารถดึงเข็มขัดนิรภัยออกได้ 

เด็กสาวลืมตาตื่นขึ้นมาเธอพบว่าที่นี้คือโรงพยาบาลในเมืองช็องจู ตำรวจบอกว่ารถไฟของเธอประสบอุบัติเหตุและหลุดออกจากรางโชคดีที่เธอมีเข็มขัดนิรภัยเธอจึงไม่กระเด็นออกมานอกรถไฟ ผู้โดยสารและคนขับรถไฟเสียชีวิตทันทีมีเพียงเธอที่รอดออกมาได้ เธอนึกถึงเรื่องต้องคำสาปที่คุณย่าเธอเคยเล่าให้ฟัง เธอไม่กล้านั้งรถไฟอีกเลยและในทุกๆปีรถไฟที่ผ่านอุโมงนั้นจะต้องประสบอุบัติเหตุอย่างน้อยปีละสิบขบวนในปีค.ส.1994 รัฐบาลเก่าหลีได้สั่งปิดอุโมงรถไฟนั้นและเหล่าชาวเมืองช็องจูงก็ตั้งชื่อให้อุโมงนั้นว่า อุโมงค์มาช็องเพื่อเป็นเกียรติให้แก่ตระกูลมาช็องและในทุกปีพวกเขาจะนำเครื่องเส้นไหว้มาบูชา

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)