head-bannongjok-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
วันที่ 27 พฤศจิกายน 2021 6:48 AM
head-bannongjok-min
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
หน้าหลัก » นานาสาระ » เปิดประสบการณ์วันแรกในประเทศอินดีย 

เปิดประสบการณ์วันแรกในประเทศอินดีย 

อัพเดทวันที่ 15 พฤศจิกายน 2020

เปิดประสบการณ์วันแรกในประเทศอินดีย 

เปิดประสบการณ์วันแรกในประเทศอินดีย 

เปิดประสบการณ์วันแรกในประเทศอินดีย  สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาเปิดประสบการณ์ตอนที่เราไปเที่ยวที่ประเทศอินเดียคนเดียว และถือว่าเป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกแบบจริงจัง ที่สุดในชีวิต เพราะปกติเราเคยแต่ไปข้ามชายแดนไปฝั่งประเทศพม่าอะไรแบบนั้นอะค่ะ แต่อยู่ดีดีเราก็ตัดสินใจไปเที่ยวที่ประเทศอินเดียแบบงงๆ ตอนอยู่บนเครื่องบินยังงงตัวเองเลยค่ะ

มีคำถามตลอดการเดินทางว่า เรามาทำอะไร ครั้งแรกเราไปอินเดีย 5 วันค่ะ เรียกได้ว่าไปถึงก็เจอเหตุการณ์อะไรหลายอย่างเพื่อวัดใจเลยก็ว่าได้ วัดใจว่าจะทำให้ชอบประเทศนี้มั้ย จะอยู่ให้ครบตามกำหนดวันเดินทางที่วางแผนไว้มั้ย ทั้งเรื่องภาษา อาหารการกินที่เราว่าค่อนข้างแตกต่างกับประเทศไทย แต่ถ้าเป็นพวกสภาพแวดล้อมหรืออากาศเมืองที่เราไปครั้งแรกถือว่าไม่ต่างจากประเทศไทยมากเท่าไหร่นักค่ะ  

เมืองแรกที่เราไปเที่ยวและไปเยือนอินเดียนั่นก็คือ เมืองมุมไบค่ะหรืออีกชื่อหยึ่งก็คือเมืองบอมเบย์ มุมไบเป็นเมืองหลวงเก่าของประเทศอินเดียเรียกได้ว่าสภาพแวดล้อมก็ดูเข้าท่า ทันสมัยแบบที่ว่าไม่เสียชื่อเมืองหลวงเก่า ที่เมืองมุมไบมีทะเลด้วยนะคะมีหลสยหาดเลยเวลานั่งเครื่องบินไปลงที่เมืองมุมไบ เราจะผ่านผืนแผ่นน้ำแบบใกล้ชิดเลยละค่ะ ในส่วนของประชากรอย่างที่เรารู้รู้กันว่าประเทศอินเดียเป็นประเทศที่มีประชากรหนาแน่น ซึ่งนี่เป็นเรื่องจริงค่ะ หนาแน่นจริงแต่เราว่าความเป็นอยู่และความมีเสน่ห์ของอินเดียไม่เป็นรองใครหรือประเทศไหนไหนแน่นอนค่ะ

เราเคยอ่านข้อมูลต่างต่างเกี่ยวกับประเทศอินเดีย มีคนเคยเขียนว่าประเทศอินเดีย ถ้าใครไปไม่หลงรักในความมีเสน่ห์ก็อาจจะไม่ชอบไปเลย อารมณ์แบบไม่รักก็เกลียดเลย ตอนแรกก่อนที่เราจะเดินทางไปประเทศอินเดียเราก็ไม่เข้าใจคำพูดนี้ค่ะ แต่พอเราได้ไปสัมผัสและไปเห็นด้วยตาตัวเองก็เรียกได้ว่าหลงมนต์เสน่ห์ประเทศนี้ไปเรียบร้อย หลงไปถอนตัวไม่ได้ด้วยค่ะเพราะหลังจากเดินทางไปมาแล้วหนึ่งครั้ง ประเทศอินเดียก็ทำให้เราไปซ้ำซ้ำอยู่อีกหลายครั้งแต่ในอนาคตเราก็ยังมีแผนการเดินทางที่จะไปประเทศอินเดียอีก ยังไม่มีการเปลี่ยนใจใดใดจากประเทศนี้ค่ะ  

วันนี้เราขอพูดถึงเมืองมุมไบซึ่งเป็นเมืองแรกที่เราไปเที่ยวและทำให้เราเกิดคำถามมากมายในใจว่าเราไปทำไม แถมตอนกลับมาเพื่อนเราถามตลอดว่าไปอินเดียมีอะไร ไปทำไม การเดินทางเริ่มต้นช่วงเดือนมีนาคมเมื่อ 2 ปีที่แล้วค่ะ เราคิดอยู่นานว่าจะไปดีมั้ยจากคำเชิญชวนของเพื่อนเรา เรามีเพื่อนเป็นชาวอินเดียและตอนนั้นคือเพื่อนเรามาทำงานที่เมืองมุมไบพอดี เพื่อนเราก็เลยบอกให้ไปที่เมืองมุมไบเราก็คิดว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่ค่อนข้างพร้อมค่ะ ทั้งหลายหลายด้านไม่ว่าจะทางด้านการเงินที่พอจะมีเงินเก็บอยู่บ้าง

ทั้งเรื่องของเวลาที่เราทำงานบริษัทแล้วและพอจะมีวันหยุดลาพักร้อนเพียงพอไปเราไปเที่ยวพักผ่อนได้ไกลกว่าในประเทศ พอเราวางแผนต่างต่างเพื่อนเราบอกว่าพอเราไปจะพาเราเที่ยว ซึ่งเราวางแผนและเลือกสถานที่ไปคร่าวๆค่ะ ไม่ได้เจาะจงมากเพราะเราคิดว่าแผนทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เสมอ พอถึงวันเดินทางเราก็ไปขึ้นเครื่องช่วงกลางคืนและถึงเมืองมุมไบ ประเทศอินเดียในช่วงเช้าค่ะ

ตอนวันแรกเพื่อนเราก็มารับและพาไปสถานที่เที่ยวตามแผนการเราอยู่ 2-3 ที่ วันแรกเราเดินทางโดยการนั่งรถสามล้ออินเดียโดยมีเพื่อนไปด้วยตอนแรก แต่บังเอิญช่วงเย็นที่แพลนของเรายังไม่จบแต่เพื่อนเราดันมีงานด่วนที่ต้องกลับไปทำแบบกะทันหัน เราก็เออออไปแบบงงๆค่ะในใจก็คิดว่าเอาละงานเข้าเราแล้วเพราะแผนเราที่เตรียมมาคือมีแต่ชื่อสถานที่ที่อยากไปแต่ไม่ได้มีรายละเอียดมากมายว่าต้องเดินทางยังไง  

หลังจากปล่อยเพื่อนเรากลับไปทำงานเราก็เริ่มผจญภัยคนเดียวในเมืองมุมไบ โดยการเรียกสามล้ออินเดียให้ไปส่งที่ประตูชัยคนเดียว ไปแบบงงงงนี่แหละค่ะไปถึงก็ถามจากคนแถวนั้นคนอินเดียน่ารักมากให้ความช่วยเหลือและพูดคุยกับเราอย่างเป็นมิตร เราเที่ยวไปอีกหลายที่ เดินไปเรื่อยเรื่อยแวะเข้าไปดูวัดข้างทาง ในมุมไบมีวัดเยอะมากค่ะ เดินดูร้านขายของที่ตั้งอยู่ข้างทาง มีทั้งที่เหมือนกับในประเทศไทยและ ของในรูปแบบอินเดีย เป็นพวกกระเป๋า เครื่องประดับต่างๆ

วันแรกปัญหาของเราคือเรื่องอาหารค่ะ คิดถึงเนื้อสัตว์มากๆ เพราะเหมือนเรายังไม่รู้แหล่งของกิน ก็เจอแต่ร้านข้างทางที่เป็นมังสวิรัติ วันแรกตอนขากลับเรารีบไปสั่งอาหารที่โรงแรมเลยค่ะ อาหารที่เป็นเนื้อสัตว์มื้อแรก ของการไปเที่ยวประเทศอินเดีย นั่นก็คือเข้าผัดไก่ค่ะ แต่เป็นข้าวผัดไก่ที่ไม่เหมือนของประเทศไทย

ตอนแรกพนักงานที่โรงแรมถามเราว่า ข้าวผัดไก่ใส่ซอสอะไร เราก็งงค่ะ ได้แต่คิดว่าข้าวผัดไก่ต้องใส่ซอสอะไร สุดท้ายทนความหิวไม่ไหวเลยบอกว่ากับพนักงานว่า ซอสอะไรก็ได้ใส่มาเถอะ สิ่งที่เราได้มาก็คือข้าวผัดครึ่งจานที่เป็นเหมือนของประเทศไทยเลยค่ะ แต่อีกครึ่งจานเหมือนเป็นไก่ผัดซอสเผ็ดเผ็ดใส่เครื่องเทศสไตล์อินเดีย มันดูเละเละแปลกๆค่ะ หน้าตาดูไม่ค่อยน่ากิน แต่พอชิมเข้าไปคำแรกอร่อยมากไม่น่าเชื่อเรากินจนหมดเกลี้ยงจานเลยค่ะ และเราก็สั่งน้ำแตงโมปั่นตอนแรกพนักงานถามว่าใส่น้ำแข็งไหมเราก็บอกว่าใส่ เพราะตอนที่เราไปอากาศค่อนข้างร้อนค่ะเหมือนประเทศไทยเลยแทบจะไม่มีความแตกต่าง พอน้ำแตงโมปั่นมาเราก็คิดว่าคงจะเย็นชื่นใจเหมือนที่กินที่ประเทศไทย

แต่ไม่ใช่ค่ะน้ำแตงโมปั่นที่เราได้มา เป็นแตงโมสดล้วนๆ แต่มันไม่มีความเย็นเลยค่ะ แต่พอกินเข้าไปแล้วก็ชื่นใจอยู่ค่ะเพราะแตงโมมีความเย็น ในตัวของมันอยู่แล้ว พอเรากินหมดเกลี้ยงก็ขึ้นห้องไปนอนอิ่มสบายพุง เรียกได้ว่า วันแรกในประเทศอินเดียทำเราท้อเลยค่ะ และมีคำถามมากมายว่าเรามาทำอะไรที่ประเทศนี้ แถมเพื่อนที่บอกว่าจะเป็นคนพาเราเที่ยวก็ยังมาเทเราอีก แต่พอมานั่งคิดถึงเสน่ห์ของประเทศนี้ทั้งเรื่องผู้คนที่เป็นมิตรกินแย้มให้การต้อนรับเราเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องการเดินทางที่รถสามล้อช่วยเหลือเราและไม่ได้มีการบวกค่าโดยสารเพิ่ม เป็นการกดมิเตอร์ทุกครั้ง รวมถึงค่าใช้จ่ายก็ไม่ได้สิ้นเปลือง บางมื้อที่เรากินแล้วเสียเงินเพียงแค่ 20 รูปี ซึ่งเทียบเป็นเงินไทยแค่ 10 บาทเองค่ะ  

หลายอย่างในประเทศอินเดียที่เราเจอในวันแรกของการเดินทางมันมีเสน่ห์และสร้างความประทับใจให้กับเรา แต่ไม่นับเรื่องอาหารการกินนะคะเหมือนเราเพิ่งไปครั้งแรกยังปรับตัวไม่ได้ โดยรวมแล้วก็ถือว่าเป็นวันแรกที่ทำให้เราประทับใจ เอาไว้ถ้ามีโอกาสจะมาเล่าเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับประเทศอินเดียให้ทุกคนได้ฟังอีกค่ะ วันแรกที่ประเทศอินเดียตอนแรกที่เราอยากจะร้องกลับบ้าน แต่พอมานั่งคิดดูแล้วไปถึงที่นั่นจะกลับง่ายง่ายได้ยังไง เรามองว่าทุกๆการเดินทางเป็นประสบการณ์ใหม่ใหม่ ที่ให้เราได้เรียนรู้ เพราะฉะนั้นในเมื่อมีโอกาสก็ต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆให้เต็มที่ค่ะ 

 

เขียนโดย Minere Around

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)