head-bannongjok-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
วันที่ 27 พฤศจิกายน 2021 6:25 AM
head-bannongjok-min
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
หน้าหลัก » นานาสาระ » เรื่องราวของต้นโอ๊คแสนรัก

เรื่องราวของต้นโอ๊คแสนรัก

อัพเดทวันที่ 12 พฤศจิกายน 2020

เรื่องราวของต้นโอ๊คแสนรัก

        เรื่องราวของต้นโอ๊คแสนรักเรื่องราวของต้นโอ๊คแสนรัก

เรื่องราวของต้นโอ๊คแสนรัก ความรักเป็นความรู้สึกที่มนุษย์อย่างเรา ๆ ทุกคนสมควรจะได้รับไม่ว่าจะมาจากบริบทไหนทางสังคม หลายคนหลายความคิด ต่างคนต่างก็ตีความคำว่าความรักแตกต่างออกไปมากมาย ไม่มีใครสามารถกำหนดนิยายของคำว่าความรักได้อย่างชัดเจนมาก่อน กล่าวคือหากเขาเหล่านั้นมีภาพจำแสนสวยงามหรือมองความรักด้วยความรู้สึกดีก็ตีความอย่างหนึ่ง แต่กับอีกคนที่มีรอยบาดแผลในจิตใจจากความรักก็จะมองว่ามันเป็นสิ่ง มายาหลอกลวง มอมเมาผู้คนให้หลงใหลและทำร้ายให้เจ็บช้ำในภายหลังนั่นเอง

ซึ่งก็เรียกได้ว่าต่างคนต่างความคิดอย่างแสนจริงแม้ว่าเราจะได้ยินคำพูดเกี่ยวกับทัศนคติเรื่องความรักมามากมายเพียงใด เราเองก็คงไม่สามาถปักใจเชื่อได้ว่าเราสามารถมีความรักแบบที่ได้ยินได้ นอกเสียจากว่าเราจะสามารถมีมันด้วยตนเอง เอาเข้าจริงคำที่เขาบอกว่า “ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา” ก็อาจจะฟังดูรุนแรงไปหน่อยเว้นเสียแต่ว่ามันเป็นเรื่องจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นี่สิ เหมือนกับเรื่องราวของเด็กหญิงคนหนึ่งเธอชื่อ “เบลล่า” เด็กน้อยอารมณ์ดีที่อยู่กับครอบครัวแสนสุข เธออยู่กับพ่อและแม่ที่พ่อเป็นนักเขียนอิสระส่วนแม่เป็นบรรณารักษ์ห้องสมุดในเมืองนี้ ทำให้บ้านเของเธอค่อนข้างจะไม่มีเวลาได้พูดคุยสังสรรค์กันเท่าไร เนื่องจากทั้งพ่อและแม่ของเธอต่างทุ่มเทเวลาเพื่อหาเงินเข้าบ้านมากกว่า และอย่างยิ่งตอนที่เปิดภาคเรียนเบลล่าก็ต้องใช้เงินไปโรงเรียนอีกด้วย

ในทุกวันเธอจะหาเงินพิเศษจากงานส่งหนังสือพิมพ์ตามบ้าน และนั่นทำให้เธอได้เจอกับเขาเป็นครั้งแรก เด็กชายผมบลอนด์ดูหน้าตาหล่อเหลา ตั้งแต่นั้นเธอก็รู้สึกตกหลุมรักเขามาโดยตลอด โดยเมื่อรู้อีกว่าเขาเป็นเพื่อนบ้านที่เพิ่งย้ายมาอยู่ตรงข้ามบ้านเธออีกทำให้เธอยิ่งรู้สึกดีใจอย่างมาก เขาชื่อว่า “ไมเคิล” แต่ทันทีที่เห็นท่าทีตามตื๊อสุดตัวของเบลล่าไมเคิลก็ออกจะรำคาญเสียมากกว่า เพราะเธอมักตามตัวเขาแบบติด ๆ และมักให้การช่วยเหลือเขาจนรู้สึกว่ามากเกินไป และยิ่งเพื่อน ๆ แซวกันทำให้เขาเริ่มปักใจไม่ชอบหน้าเบลล่ามาตั้งแต่นั้น นั่นทำให้เบลล่ากลายเป็นคนที่ตามจีบไมเคิลแต่เพียงผู้เดียว

จนกระทั่งขณะที่เบลล่ากำลังนั่งอยู่ใต้ต้นโอ๊คซึ่งเป็นต้นไม้ที่เธอมักจะมานั่งเล่นอยู่บ่อย ๆ ตั้งแต่เด็ก กำลังจะถูกพนักงานของเมืองตัดมันออกเพื่อหวังจะใช้พื้นที่ตรงนั้นให้มากขึ้นแน่นอว่าเด็กหญิงนั้นไม่ยอม เธอพยายามร้องสุดเสียงให้ไมเคิลมาช่วยเธอห้ามพนักงานแต่เขาก็ไม่ได้สนใจและเดินจากไป แต่ไม่ว่าเธอจะอธิบายอย่างไรต้นโอ๊คต้นนั้นก็ต้องถูกโค่นลงอยู่ดี นั่นทำให้เธอถึงกับเสียใจมากราวกับว่าได้เสียเพื่อนคนหนึ่งของเธอไป

แน่นอนว่าต้นไม้ต้นนั้นไม่ได้เป็นเพียงต้นไม้ธรรมดาอย่างที่ทุกคนมองเพราะเธอให้ความสำคัญกับมัน เวลาเธอเหงาเธอก็จะไปนั่งใต้ต้นโอ๊คเสมอ ผู้เป็นพ่อและแม่เห็นลูกสาวของพวกเขาเศร้าเสียใจก็รู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมากจึงช่วยกันวาดภาพต้นไม้นั้นเป็นที่ระลึกให้เธอ เบลล่าดีใจและประทับใจมากจนเธอทำใจได้ เธอก็เริ่มมานึกถึงเหตุการณ์วันนั้นที่ไมเคิลไม่มาช่วยเธอเลย ทำให้เธอรู้สึกไม่มั่นใจว่าแท้จริงแล้วเบลล่าชอบไมเคิลอยู่หรือไม่ ความรู้สึกตอนแรกนั้นเปลี่ยนแปลงไปหรือยัง เธอจึงเลือกที่จะไม่ตามตื๊อหรือพูดคุยกับเขาอีก

การหายไปจากชีวิตของไมเคิลน่าจะทำให้เขารู้สึกดีแต่กลับเป็นว่ามันเป็นความรู้สึกที่ประหลาดอย่างสิ้นเชิงตอนนี้เขารู้สึกราวกับว่าเขาสูญเสียอะไรบางอย่างในชีวิตไป เอาเข้าจริงมันก็รู้สึกโหวงเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรเพราะเขาเป็นคนที่มีอีโก้สูงและรักษาฟอร์มมากเกินไป แต่หัวใจของเขามันกลับไม่เป็นดังนั้นเลยแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่เขาเห็นเธอเล่นหรือพูดคุยอย่างสนิทสนมกับเพื่อนชายคนอื่น ๆ มันทำให้เขาหัวเสียทุกครั้ง และอยากจะกระชากเสื้อเด็กผู้ชายทุกคนที่เข้ามายุ่งย่ามกับเธอแต่แน่นอนว่าไมเคิลไม่มีสิทธิ์เขาไม่ใช่เพื่อนของเบลล่าอีกแล้วด้วยซ้ำ

ขณะที่เบลล่ากำลังชั่งใจเรื่องของไมเคิลว่าบางทีเธออาจจะยังเป็นเพื่อนกับเขาได้หรือไม่ เธอก็ไปได้ยินเขาคุยกับเพื่อนนินทาเธอและครอบครัวซึ่งที่ไมเคิลพูดออกไปแบบนั้นเพราะกลัวว่าเพื่อนจะไม่ยอมรับความเห็นต่างของเขาจึงได้เออออไปกับเพื่อน นั่นทำให้เบลล่าเสียใจมากและไม่คิดว่าไมเคิลจะดูถูกเธอและครอบครัวของเธอขนาดนี้ วันหนึ่งพ่อแม่ของไมเคิลได้เชิญครอบครัวของเบลล่ามาแทนอาหารเย็นร่วมกันก็เป็นตอนที่ไมเคิลได้เจอกับเบลล่าอีกครั้งซึ่งบรรยากาศบนโต๊ะอาหารนั้นก็ช่างประหลาดเพราะคนทุกคนต่างพูดคุยกันอย่างออกรสดูมีความสุข ขัดกับภาพเด็กชายและเด็กหญิงที่นั่งประชันหน้ากันด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ก่อนที่จะกลับเบลล่าก็ตัดสินใจที่จะเข้าไปคุยกับไมเคิลและตัดสินใจบอกเขาว่าเธอให้อภัยเขาทุกอย่างและเราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้อยู่

แต่ตัวไมเคิลนั้นรู้ว่าเบลล่าไม่ได้ยกโทษให้เขาจริง ๆ เพราะหัวใจของเธอจะไม่สามารถมองเขาได้เหมือนเดิมอีกต่อไป จากวันนั้นไมเคิลก็ได้รู้หัวใจของตนเองมากขึ้นว่าแท้จริงแล้วเขาคิดอย่างไรกับเธอกันแน่ และตั้งแต่วันนั้นไมเคิลก็เลือกที่จะไม่สนใจคำวิพากษ์วิจารณ์จากคนรอบข้างอีก เขาพยายามตามตื๊อเบลล่าทุกวิถีทางเพื่อนให้เธอยอมตกลงที่จะไปเดทกับเขาสักครั้ง แต่ดูเหมือนมันจะไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่น้อย เพราะเบลล่าก็ยังรู้สึกเคืองเขาอยู่นั่นเอง จนเช้าวันหนึ่งขณะที่เบลล่ากำลังลงมือทำสวนเพื่อปลูกต้นโอ๊คต้นใหม่ขึ้นมา ก็เป็นเวลาเดียวกับที่ไมเคิลเดินผ่านมาและได้ช่วยเธอปลูกพร้อมกับได้บอกความในใจทั้งหมด ด้วยการกระทำของเขา การที่เขามีหัวใจที่เป็นห่วงและเข้าใจเบลล่าอย่างแท้จริงแล้วนั้นมันทำให้น้ำแข็งในใจของเด็กสาวได้ค่อย ๆ ละลายไปจนหมด และยอมไปเดทกับเขาในที่สุด

 

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)