head-bannongjok-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
วันที่ 27 พฤศจิกายน 2021 6:08 AM
head-bannongjok-min
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
หน้าหลัก » นานาสาระ » โรคที่น้ำหนึ่งเป็น

โรคที่น้ำหนึ่งเป็น

อัพเดทวันที่ 2 ธันวาคม 2020

โรคที่น้ำหนึ่งเป็น

โรคที่น้ำหนึ่งเป็น

โรคที่น้ำหนึ่งเป็น ณ บ้านเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง ภายในนั้นมีเด็กจำนวนมากที่ต้องการความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญ จากคนที่จะมารับพวกเขาไปเลี้ยงเป็นลูก การที่มีคนมาเมตตานั่นหมายถึงการเกิดใหม่ของเด็กที่นั่น เพราะทุกคนจะได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการหรือจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น เด็กทุกคนที่นั่นต่างภาวนาก่อนนอนทุกคืนว่าจะมีคนใจบุญมาช่วยเหลือพวกเขา มาปลดปล่อยพวกเขาให้พบกับ ความสุขที่แท้จริง

น้ำหนึ่งเธอเป็นเด็กที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งตั้งแต่ยังทารก ชาวบ้านแถวนั้นพบว่านอนร้องไห้อยู่คนเดียวโดยไม่มีใครดูเเล เธอจึง ถูกส่งตัวมาที่บ้านเด็กกำพร้าหลังนี้ ในขณะที่เธออาศัยอยู่ในบ้านเธอก็เป็นเด็กที่เงียบๆไม่ค่อยพูดจากับใคร เธอไม่มีรอยยิ้มไม่มีเสียงหัวเราะ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความสุขคืออะไร จนกระทั่งวันหนึ่ง

“ผมและภรรยาอยากมีลูกครับ แต่ว่าเราทั้งสองทำยังไงก็ไม่มีลูกก็เลยอยากจะมาขอรับเลี้ยงเด็ก”

ทางบ้านเด็กกำพร้าเมื่อได้ยินแบบนั้นก็พาสองคนสามีภรรยา เข้ามาดูเด็กภายในบ้านซึ่งทั้งสองคนก็ได้เดินเล่นพูดคุยกับเด็กทุกคนในบ้านและบริจาคเงินค่าขนมให้เด็ก สองสามีภรรยาเดินดูเรื่อยๆก็ยังไม่พบเจอเด็กที่ถูกชะตา จนกระทั่งทั้งสองได้พบกับน้ำหนึ่ง

“เด็กคนนั้นหน้าตาน่ารักดีนะครับ เขาชื่ออะไรครับ”

“อ๋อ คนนั้นชื่อน้ำหนึ่งค่ะ คือเขาจะไม่ค่อยเข้าพวก ไม่คุยกับใคร ไม่ยิ้มแย้มแจ่มใส เขาถูกนำมาเลี้ยงที่บ้านเด็กกำพร้าตั้งแต่ยังทารก”

“แสดงว่าเขาก็ยังไม่เคยเห็นหน้าพ่อแม่ของตัวเองใช่ไหมครับ”

“ใช่ค่ะ เขานอนร้องไห้อยู่คนเดียวในบ้าน พอชาวบ้านแถวนั้นมาเห็นเขาก็ถูกส่งตัวมาที่นี่”

เมื่อทั้งสองสามีภรรยาได้ยินแบบนั้นก็ตัดสินใจที่จะรับเลี้ยงน้ำหนึ่ง เขาทั้งสองรู้สึกว่าน้ำหนึ่งเป็นเด็กที่น่าสงสารและเขาถูกชะตากับน้ำหนึ่ง เขาเข้าไปทำความรู้จักกับน้ำหนึ่ง แต่น้ำหนึ่งกับไม่พูดคุยกับเขาแล้วเดินหนีไป

สองสามีภรรยานำน้ำหนึ่งมาเลี้ยงเป็นเวลาหลายเดือน แต่น้ำหนึ่งก็ยังไม่เปิดใจที่จะคุยกับใคร เขาได้แต่เงียบใครถามอะไรก็ไม่ตอบ พแถึงเวลากินข้าวเขาก็ลงมากินแล้วก็รีบขึ้นห้องไป ไม่มีประโยคสนทนาไหนในครอบครัว ไม่มีวันไหนที่น้ำหนึ่งยิ้มได้

“เราจะทำยังไงให้ลูกยอมรับเราสองคน”

“นั่นน่ะสินี่ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ลูกยังไม่ยอมคุยกับเราสักคำ”

ทั้งสองสามีภรรยาวางแผนกันว่าจะทำยังไงดีให้น้ำหนึ่งสามารถพูดคุยกับเขาทั้งสองเขาจึงตัดสินใจซื้อของให้น้ำหนึ่งนั่นก็คือ เปียโน แล้วพยายามสอนให้น้ำหนึ่งเล่น

“น้ำหนึ่ง พ่อกับแม่ซื้อเปียโนมาให้อยากลองฝึกเล่นดูไหมลูก”

ไม่มีการตอบรับจากน้ำหนึ่ง น้ำหนึ่งไม่แสดงสีหน้าไม่แสดงอาการใดๆแล้วรีบเดินหนีขึ้นห้อง สองสามีภรรยาจนปัญญาไม่รู้ว่าจะต้องจัดการกับปัญหานี้ยังไง มีเพียงทางเรื่องเดียวและทางเลือกสุดท้ายนั่นก็คือพาน้ำหนึ่งไปพบจิตแพทย์ ซึ่งวิธีนี้เขาทั้งสองคิดว่าน่าจะเป็นวิธีที่จะช่วยให้พวกเขารู้ว่าจะทำยังไงให้น้ำหนึ่งยอมเปิดใจกับพวกเขา

“อาการของน้ำหนึ่งนะคะ คืออาการของคนที่มีความกลัวเขากลัวทุกอย่าง กลัวแม้แต่กระทั่งการอยู่บนโลกใบนี้ เขารู้สึกไม่ปลอดภัย จริงๆแล้วเขามีความรู้สึกแต่เขาไม่กล้าที่จะแสดงออกเพราะกลัว ว่าจะทำอะไรผิดพลาด กลัวว่าถ้าคุณทั้งสองเห็นความรู้สึกที่แท้จริงของเขาแล้วคุณทั้งสองจะทิ้งเขา มันเป็นกำแพงที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเอง เขาคิดว่าการที่เขาเป็นแบบนี้มันจะทำให้เขารู้สึกปลอดภัย คุณทั้งสองต้องใจเย็นพยายามคุยกับเขาให้มากที่สุดถึงแม้ว่าเขาจะไม่ตอบกลับคุณ แต่เขาก็สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกที่คุณทั้งสองถ่ายทอดไปให้เขา เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในชีวิตก็คือความรัก”

“แล้วแบบนี้ผมกับภรรยาต้องทำตัวปกติเหมือนเดิมใช่ไหมครับ”

“ใช่ค่ะ ลองทำทุกอย่างให้มันดูใหม่สร้างชีวิตใหม่ให้กับเขาทำให้เขารู้สึกว่าคุณรักเขาจริงๆ แล้วสักวันหนึ่งเขาจะยอมเปิดใจคุยกับคุณ”

เมื่อทั้งสองได้ยินแบบนั้นก็ใช้ชีวิตตามปกติพยายามคุยกับน้ำหนึ่งให้ได้มากที่สุด พยายามยิ้มให้น้ำหนึ่ง ทำให้น้ำหนึ่งรู้สึกไม่อึดอัดในการที่จะเป็นครอบครัวเดียวกับพวกเขา พวกเขาทำแบบนี้เป็นเวลาหลายเดือนจนวันหนึ่ง น้ำหนึ่งก็มีปฏิกิริยาบางอย่างกับพวกเขา

“โอ๊ยทำงานมาเหนื่อยมากเลยวันนี้ งานก็ไม่ราบรื่นนี่ยังต้องมาทะเลาะกับหัวหน้างานอีกนะ มันอะไรกันนักกันหนาวะเนี่ย”

“น้ำค่ะ”

น้ำหนึ่งเดินมาพร้อมกับน้ำ 1 แก้ว หลังจากนั้นน้ำหนึ่งวางน้ำไว้บนโต๊ะแล้วรีบก็เดินขึ้นไปบนห้องโดยไม่พูดอะไรต่อ

วันเวลาล่วงเลยผ่านไปเรื่อยๆน้ำหนึ่งเริ่มลืมเรื่องราวในอดีตและอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น เขาเริ่มลงมาเล่นเปียโนที่พ่อกับแม่ซื้อให้ เขาเริ่มพูดคุยกับพ่อแม่บางคำ เมื่อเริ่มโตขึ้นน้ำหนึ่งก็เริ่มมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเหมือนกับที่คนอื่นเป็น

หลังจากนั้นน้ำหนึ่งก็กลายเป็นคนปกติที่มีความสุข มีความทุกข์ มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ ความรักที่พ่อและแม่มีให้น้ำหนึ่งทำลายกำแพงที่น้ำหนึ่งสร้างไว้ตั้งแต่เด็ก ณ ปัจจุบันนี้น้ำหนึ่งได้พบกับชีวิตใหม่ นแบบที่ตัวเองต้องการ น้ำหนึ่งหลุดออกมาจากโลกที่ตัวเองเคยอยู่ มาอยู่ในโลกที่สร้างความสุขโดยมีพ่อและแม่ที่ให้ความรักความอบอุ่นกับเธอ เธอเชื่อว่าเธอเป็นผู้โชคดี ที่ได้พบเจอ กับชีวิตใหม่ ครอบครัวใหม่ ความรู้สึกใหม่ๆ เเบบที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ

เธอเชื่อเสมอว่า ไม่ว่าคนเราจะเริ่มต้นยังไงแต่สุดท้ายมันอยู่ที่ความคิด ไม่มีใครทำร้ายชีวิตของเราได้เท่ากับตัวเราเองหากทุกวันนี้เธอยังจมอยู่กับอดีตและจมอยู่กับความกลัวเธอก็จะไม่มีวันรู้จักและค้นพบความรู้สึกอื่น ดังนั้นไม่ว่าใครที่กำลังอยู่ในโลกที่สร้างแต่ความทุกข์ เราควรเดินออกมาเพื่อที่จะทำให้เรารู้ว่าจริงๆแล้วยังมีความสุขอีกมากมายที่รอเราอยู่

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)