head-bannongjok-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
วันที่ 27 พฤศจิกายน 2021 7:26 AM
head-bannongjok-min
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
หน้าหลัก » นานาสาระ » โรงแรมหลอน

โรงแรมหลอน

อัพเดทวันที่ 25 พฤศจิกายน 2020

โรงแรมหลอน

โรงแรมหลอน

โรงแรมหลอน เรามีโอกาสได้ไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่แถวๆบางเขน โรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่ค่อนข้างเก่าดูจากสภาพที่มองเห็นเรียกว่าสร้างมานานเป็นสิบปีก็ว่าได้ ไม่แน่ใจว่ามีกี่ชั้นแต่โรงแรมค่อนข้างสูง เราพักที่ชั้น 4 กับน้องอีกคนหนึ่ง ส่วนพี่คนอื่นๆ ก็พักในชั้นเดียวกันแยกเป็นห้องละสองคน เหตุผลที่เราต้องไปพักโรงแรมนี้ก็เพราะมีงานสัมมนาในช่วงเช้ามากๆ เรียกว่าต้องตื่นกันตั้งแต่ตี 5 และรีบไปรวมพลกันเลย

เรานอนกับน้องผู้หญิงที่ทำงานที่เดียวกันชื่อน้อง กิ๊ก พอเข้าไปที่ห้องนอนของแต่ละคนเรียบร้อยเราก็นอนคุยกับน้องกิ๊กไป เรื่อยเปื่อย คุยกันจนดึกน้องก็เลยหลับไป เราลุกขึ้นไปอาบน้ำตอนนั้นประมาณห้าทุ่มครึ่งได้ เราเปิดเครื่องทำน้ำอุ่นอาบสบายๆ อยู่ดีๆ เราก็ได้ยินเสียงเหมือนคนทุบตรงช่องลมซึ่งมีกระจกปิดไว้และช่องลมนั้นค่อนข้างสูง คนปกติไม่สามารถเอื้อมมือถึงแน่นอนถึงจะสูงมากก็ตาม

ห้องนอนของเราอยู่ริมสุดดังนั้นหลังช่องระบายลมก็จะเป็นด้านนอกตึก และจากที่เราสังเกตดูห้องเราไม่ได้อยู่ติดกับบันไดหนีไฟ เพราะไม่มีประตูหรือทางเชื่อมใดใดที่จะออกไปด้านนอกตึกจากทางฝั่งห้องเรา เราพยายามคิดว่าเป็นลมที่พัดมาโดนตรงช่องลมแต่เสียงทุบนั้นเหมือนจะใช้ด้วยของแข็งราวกับว่าเอาเหล็กฟาดเข้ามาที่กระจกโชคดีที่ไม่แตกแบบนั้นเลย

เราอาบน้ำอยู่สักพักพอเสร็จเรียบร้อยเราก็เปิดม่านที่กั้นระหว่างโซนอาบน้ำกับโซนอ่างล้างหน้า แต่พอมองไปที่กระจกตอนนั้นเราทั้งสงสัยและตกใจเพราะมีรอยมือขึ้นอยู่ที่กระจก เป็นเรื่องปกติเวลาอาบน้ำอุ่นแล้วจะทำให้กระจกในห้องน้ำมีฝ้าขึ้น

แต่มันควรขึ้นเต็มเต็มที่กระจกทั้งบานแต่ตอนนั้นกระจกในห้องน้ำที่เราอยู่กลายเป็นมีรอยฝ่ามือขึ้นอยู่สองจุด และยังดูใหม่มากๆ แบบคำถามเกิดขึ้นในใจเลยค่ะว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง เรายังไม่ทันได้ไปแตะต้องกระจกสักนิด ถ้าจะคิดว่ามีคนเอามือไปทาบทิ้งเอาไว้ก็อาจเป็นได้แต่รอยจะยังอยู่จนตอนนี้อันนี้ไม่น่าเป็นได้ค่ะ 

เราเดินออกมาทั้งที่ยังคงมีคำถามคาอยู่ในใจว่ารอยมือนั้นมาได้ยังไง แต่ก็ไม่รู้จะยังไงต่อ เลยแต่งตัวเตรียมเข้านอน ที่ห้องเป็นเตียงสองเตียงน้องกิ๊กนอนติดฝั่งที่เป็นระเบียงซึ่งมีผ้าม่านปิดกระจกอยู่ เราตอนติดทางฝั่งที่เป็นห้องน้ำ น้องกิ๊กหลับไปทั้งทั้งที่ยังไม่ได้อาบน้ำแต่เราก็ไม่ได้ปลุกอะไรปล่อยน้องนอน เรานอนตะแคงหันไปทางน้องกิ๊ก

ซึ่งเราสังเกตเห็นผ้าม่านไหวหมายถึงผ้าม่านเคลื่อนไหวอะค่ะ ไม่ใช่แบบโดนลมพัดแต่เหมือนมีใครอยู่หลังผ้าม่านแล้วขยับ ผ้าม่านเป็นสีน้ำเงินเข้มทำให้มองไม่เห็นว่ามีเงาอะไรหรือไม่ เราแอบคิดว่ามีใครอยู่หลังผ้าม่านแต่ไม่น่าเป็นไปได้ เราเลยลุกขึ้นไปเพื่อจะดูประตูอีกครั้งว่าปิดเรียบร้อยมั้ย

แต่ทุกอย่างปิดสนิทไม่ได้มีช่องลมจากที่ไหนที่จะทำให้ผ้าม่านเคลื่อนไหวได้ ตอนนั้นก็เริ่มใจคอไม่ค่อยดี ลองไปยืนข้างเตียงน้องกิ๊กทางด้านที่ติดกับผ้าม่านก็ไม่มีลมจากเครื่องปรับอากาศ เพราะน้องกิ๊กขี้หนาวก่อนนอนได้มีการปรับให้ลมความเย็นมาลงที่เตียงเราเรียบร้อย เราก็มองไปรอบๆไม่น่าจะมีอะไรเลยกลับไปขึ้นเตียงของตัวเอง 

ในช่วงกลางดึกเราได้ยินเสียงคนเข้าห้องน้ำ มีเสียงดังก๊อกแก๊กเหมือนหยิบของใช้ในห้องน้ำ และก็เสียงเปิดน้ำฝักบัวเราคิดว่าเช้าแล้วน้องกิ๊กอาจจะตื่นไปอาบน้ำแต่ไม่ใช่ค่ะ พอเราลืมตาเรายังเห็นน้องกิ๊กนอนอยู่บนเตียงและหันหน้ามาทางเรา เราเหลือบมองดูนาฬิกาตอนนั้นประมาณเกือบตี 3 พยายามคิดว่าเป็นเสียงคนเข้าห้องน้ำห้องข้างๆ ซึ่งแน่นอนค่ะห้องทางหัวนอนไม่มีเพราะห้องเราเป็นห้องริมสุด

ห้องทางปลายเท้าเป็นห้องของพี่ที่บริษัทที่มางานสัมมนาด้วยกัน แต่ก็ไม่น่าตื่นขึ้นมาอาบน้ำ หรือจะเป็นห้องที่อยู่ชั้นบนแต่เสียงชัดมากเหมือนอยู่ในห้องเรา ด้วยความง่วงเราก็เผลอหลับไป มาตื่นอีกทีคือได้ยินเสียงน้องกิ๊กร้องอื้อๆ เราลืมตาขึ้นมาเห็นน้องนอนแล้วดิ้นพลิกไปมาอยู่บนเตียงแต่ไม่ได้ดิ้นแรงนะคะ

สักพักก็นิ่งไปเราหันไปมองน้องจนแน่ใจว่าหยุดแล้ว อาจจะละเมอหรือฝันร้าย แต่อยู่ดีดีผ้าห้มน้องก็เลื่อนลงไปทางข้างเตียงฝั่งที่ติดกับผ้าม่าน เหมือนว่ามีคนดึงอยู่ข้างๆทางฝั่งโน้น เลื่อนลงไปจนเกือบสุดผืนผ้า เรามองนิ่งแต่น้องก็ไม่ตื่นหรือพูดอะไร เราเลยนอนต่อ 

หลังจากนั้นเราหลับไปตอนไหนไม่รู้แล้วได้ยินเสียงน้องกิ๊กพูดว่า เจ้ตื่นแล้วเหรอ เราเลยพลิกตัวกลับมาทางน้องกิ๊กแล้วก็บอกอืมเพิ่งตื่น น้องพูดกับเราว่าเพิ่งตื่นอะไรก็เจ้นอนมองหน้านู๋อยู่ตั้งนานแล้ว เรายืนยันว่าเราหันหลังให้น้องและเพิ่งพลิกตัวหันกลับมาเมื่อกี้แต่น้องก็ยืนยันว่าเรานอนมองหน้าน้องอยู่ เมื่อหาข้อสรุปไม่ได้เราเลยลุกขึ้นไปอาบน้ำตอนนั้นประมาณตี 4 

พอเราเข้าห้องน้ำก็อาบไปปกติเราสระผมแล้วอยู่ดีดีก็มีความรู้สึกว่ามือของเราที่กำลังสระผมไปสัมผัสกับนิ้วมือที่ไม่ใช่มือเรา แบบมีมือมาช่วยสระแล้วเราดันไปโดนนิ้วเขา เรียกว่านิ้วเลยเพราะจับดูแล้วใช่เราตกใจร้อง เฮ้ย ออกมาเสียงค่อนข้างดัง น้องกิ๊กตะโกนถามว่าเป็นอะไรมั้ย มีอะไรรึเปล่า เราตอบกลับไปว่าไม่มีอะไร

ตอนนั้นคิดว่าอาจจะเป็นจังหวะที่โดนน้ำจากฝักบัวคิดปลอบใจตัวเองไป แล้วเราก็สระผมต่ออยู่ดีดีก็มีความรู้สึกว่ามีมือมาลูบที่ตรงท้ายทอย แบบชัดเจนมากมากค่ะ รู้ถึงสัมผัสของนิ้วมือที่โดนตรงต้นคอเลย เราร้องเฮ้ยเสียงดังอีกรอบแล้วหยิบผ้าเช็ดตัววิ่งออกมาจากห้องน้ำทันที

จนน้องกิ๊กมองหน้าแล้วเหมือนเข้าใจเราว่ามีอะไร เรากับน้องกิ๊กหยิบเสื้อผ้าไปเคาะประตูเรียกพี่ที่บริษัทที่อยู่ห้องข้างๆกัน เราขอเข้าไปล้างผมล้างสบู่ให้หมดน้องกิ๊กก็ขออาบน้ำที่ห้องนั้นเลย แล้วก็ลงมาข้างล่างพร้อมกันทั้งหมดไม่ได้กลับเข้าไปที่ห้องของเรา 

พอลงมาทานข้าวเช้าน้องกิ๊กถามเราว่ามีอะไรเรายังไม่ทันพูดน้องกิ๊กก็บอกว่าตอนเราลุกเดินไปเข้าห้องน้ำ น้องเห็นเงาดำๆแต่มองไม่ชัดเท่าไหร่เดินตามเราเข้าไปในห้องน้ำ ซึ่งเราเองไม่รู้เลยเราบอกกิ๊กว่าทำไมไม่เรียกเราจะได้ไม่เข้าไปอาบน้ำแล้วเราก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้น้องกิ๊กกับพี่พี่ฟัง

หลังจากนั้นพวกเราก็ไปเข้าสัมมนากันจนเย็นกลับเข้าห้อง เราชวนพี่พี่เข้าไปเป็นเพื่อนเพื่อเก็บของออกมาแล้วไปนอนรวมกันในห้องพี่พี่ทั้งหมดเลยค่ะ น้องกิ๊กก็ไปกับเราเรียกว่าหลอนกันไปหมด นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวความหลอนที่เราได้เจอมาค่ะ

 

 

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)