head-bannongjok-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)
วันที่ 19 มกราคม 2022 1:36 AM
head-bannongjok-min
โรงเรียนบ้านหนองจอก(จิตติ-บุญศรี)

พัฒนาการของเด็กวัยเรียน

  • 0 ตอบ
  • 655 อ่าน
พัฒนาการของเด็กวัยเรียน
« เมื่อ: มกราคม 18, 2021, 05:50:35 AM »
พัฒนาการของเด็กวัยเรียน

ระหว่างรอรับเด็กๆ หลังเลิกเรียน กลุ่มคุณแม่ 6 คนซึ่งรู้จักกันมายาวนานก็จับกลุ่มคุยกันในร้านกาแฟข้างโรงเรียน เมธาวีซึ่งเป็นคุณแม่ของน้องมินาอายุ 6 ขวบ ได้พูดถึงเด็กๆ ซึ่งเป็นลูกของทั้ง 6 คนว่า “เม ลองมาไล่เรียงอายุดูแล้ว ลูกของพวกเราก็มีอายุไล่กันไปเลยนะ ตั้งแต่ 6 ปีไปจนถึง 11 ปี ต้องนับว่าเป็นเด็กวัยเรียนได้แล้วสินะ”

ทิพย์นที คุณแม่ของน้องไททั่นอายุ 7 ขวบ กล่าวเสริมว่า “ใช่แล้ว ถือว่าเป็นวัยที่เด็กๆ จะต้องมีการเตรียมตัวในหลายๆ ด้านเลย ทิพย์คิดว่าคงไม่ใช่แค่ด้านร่างกายเท่านั้นนะ ด้านสติปัญญา ก็สำคัญนะ”

ดาวิกา คุณแม่ของน้องโดโด้ อายุ 8 ขวบ เสริมขึ้นว่า “ดาคิดว่าด้านอารมณ์ กับด้านสังคม เด็กๆ เขาต้องเตรียมพร้อมเหมือนกันนะ” ทิพย์นทีพยักหน้าเห็นด้วย ดาวิกาจึงกล่าวต่อไปว่า “ดาเคยอ่านเจอในหนังสือ เขาบอกว่า สิ่งแวดล้อมก็เป็นปัจจัยสำคัญมากเลยที่จะทำให้พัฒนาการด้านต่างๆ ที่เราพูดถึงกัน มันไปได้ดีมากน้อยแค่ไหน ถ้าสภาพแวดล้อมของเด็กอยู่ในขั้นที่ดี เด็กก็จะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ต่อชีวิตของเขาในอนาคต”

ญานิสา คุณแม่ของน้องญาญ่า วัย 9 ขวบ บอกว่า “เด็กวัยนี้เขาก็จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ เพิ่มขึ้นได้นะ ถ้าสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ได้ดี อย่างน้องญาญ่า ตอนมาเข้าโรงเรียนใหม่ๆ ก็งอแงมาก พอมาถึงตอนนี้ วันหยุดก็ยังอยากจะมาโรงเรียนเลย” ญานิสาหัวเราะกับพฤติกรรมของลูกสาว

ชลดา คุณแม่ของน้องชิโร่ อายุ 10 ปี พูดขึ้นบ้างว่า “ตอนที่ชิโร่เข้าเรียนที่โรงเรียนนี้ใหม่ๆ เขาก็ยังไม่ค่อยกล้าเท่าไหร่ ก็เริ่มเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่อยู่ใกล้ตัวของเขาก่อน ต่อมาถึงขยับไปยังสิ่งแวดล้อมที่อยู่ไกลตัวออกไป ก็คงด้วยประสบการณ์ที่ค่อยๆ เรียนรู้มา”

คนึงนิจ คุณแม่ของน้องคิตตี้ อายุ 11 ปี บอกว่า “โชคดีแล้วนะที่คุณแม่ทุกคนส่งลูกมาเรียนที่โรงเรียนนี้ นิจไม่ผิดหวังเลยที่ให้คิตตี้มาเรียนตั้งแต่ ป.1 ทางโรงเรียนเขาจัดสภาพแวดล้อมได้เหมาะสมกับเด็กมากเลยนะ ครูที่นี่พยายามกระตุ้นให้เด็กได้เคลื่อนไหวอยู่เป็นระยะๆ แล้วยังพาเด็กๆ ร่วมกิจกรรมอะไรต่อมิอะไรเรื่อยๆ สม่ำเสมอ นิจว่านี่เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมให้คิตตี้มีพัฒนาด้านสติปัญญาได้เป็นอย่างดีเลย”

ชลดา กล่าวว่า “ตอนที่ชิโร่อยู่ ป.2 คุณครูประจำชั้นของชิโร่บอกกับชล เกี่ยวกับการดูโทรทัศน์ ดูการ์ตูนของเด็ก คุณครูบอกว่ามันอิทธิพลในพัฒนาการของเด็กมากอยู่นะ เพราะการดูจะทำให้เด็กอยากรู้อยากเห็น อยากทดลอง กับสิ่งที่ตัวเองเห็น แล้วก็มีผลต่อเนื่องไปยังภาษา อารมณ์ และสติปัญญาด้วยล่ะ”

คนึงนิจเสริมว่า “ใช่แล้ว นิจเชื่อว่าเด็กในวัยเรียน 6-12 ปี เป็นช่วงเวลาสำคัญของชีวิตคนคนหนึ่งเลย อนาคตจะดีหรือร้ายก็อยู่ในช่วงเวลานี้เลย เพราะสมองของเขาจะพัฒนารวดเร็วและเต็มที่ เขาจะรู้จักทักษะการใช้ชีวิต รวมทั้งพัฒนาสติปัญญาด้วย”

ญานิสา บอกว่า “สาเห็นด้วยกับนิจนะ แต่ละปีที่น้องญาญ่าโตขึ้น สาเห็นการเปลี่ยนแปลงมาเรื่อยๆ อย่างปีที่ผ่านมาก็เห็นว่าน้องญาญ่าคิดและแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยตัวเองมากขึ้น อาจจะผิดบ้าง ถูกบ้าง สาก็คอยแนะนำเขาไป”

เมธาวี กล่าวว่า “น้องมินา อายุ 6 ขวบ ปีนี้เมเห็นได้ชัดเจนเลยว่าเขาบอกสีต่างๆ ได้ถูกต้องมากขึ้น แล้วยังแยกความแตกต่างของวงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ได้ดีเลย เวลาบอกให้ไปเอาของที่อยู่บนโต๊ะหรือใต้หมอนก็เข้าใจ แต่น้องมินายังไม่เข้าใจเกี่ยวความใกล้ไกลของสถานที่ บางทีรบเร้าจะไปบ้านคุณย่าที่ต่างจังหวัด พอเมบอกว่าอยู่ไกลมากนะ น้องก็คิดว่าเหมือนนั่งรถไปโรงเรียน” ญานิสาเสริมว่า “น้องโดโด้ก็เป็นเหมือนกันเลยค่ะ ตอน 6 ขวบ เค้าจะสนใจทำงานต่างๆ นะ แต่ประเดี๋ยวประด๋าวก็เลิก บางทีให้เล่นเกมส์ยังไม่ทันจบเกมส์เลย เลิกไปซะดื้อๆ แล้วน้องไททั่นล่ะ ปีนี้ 7 ขวบแล้วใช่ไหมทิพย์”

“ใช่จ๊ะ” ทิพย์นทีตอบ แล้วพูดว่า “พอ 7 ขวบแล้ว ไททั่นจะอยากรู้อยากเห็นไปหมดทุกเรื่อง เวลาสนใจเรื่องอะไรนะ ถึงผ่านไปนานก็ยังจำได้ บอกว่าชอบนี่ไม่ชอบนั่น ทิพย์ก็เลยจัดการได้ว่าถ้าไม่ชอบอันนี้ก็จะไม่เอามาให้ เวลาขอให้ช่วยทำงานต้องให้งานไททั่นที่ละชิ้น แล้วเขาจะพยายามทำให้เสร็จ เคยลองให้ทำงานหลายอย่าง ปรากฏว่าไม่เสร็จสักอย่าง พอถามก็บอกว่า ไททั่นเบื่อ ทีนี้เราก็รู้แล้วว่าต้องให้ช่วยงานเป็นเรื่องๆ ไป”

ดาวิกา พูดบ้างว่า “ตอนโดโด้ 7 ขวบก็เหมือนกับไททั่นเลย แต่พอเข้า 8 ขวบ ชักสนใจทำอะไรใหม่ๆ ที่เขาไม่ เคยทำมาก่อน เวลาให้ทำงานที่ชอบนะ อยู่ได้ครึ่งค่อนวันเลย โดโด้ชอบบอกว่า อยากทำงานให้เสร็จ งานแต่ละชิ้นนี่ประณีตบรรจง คืออธิบายงานครั้งเดียวก็เข้าใจ เวลาโรงเรียนจัดกิจกรรมอย่างวันคริสต์มาส ก็เสนอตัวไปเล่นละครกำเนิดพระเยซูด้วยนะ ความที่ชอบดูหนังดูการ์ตูนนี่แหล่ะ” ญานิสาเสริมว่า “ตอนน้องญาญ่า 8 ขวบ สาก็ให้เขาฝึกสะสมสิ่งของด้วยนะ เป็นพวงกุญแจ เวลาพาเขาไปเที่ยวต่างจังหวัดก็หาของที่ระลึกเป็นพวงกุญแจให้เค้าสะสม พวกลุงป้าน้าอาของเขาพอรู้แบบนี้ เขาไปต่างประเทศก็หาพวงกุญแจมาฝากตลอดเลย เข้า 9 ขวบแล้ว น้องญาญ่าก็ยังเก็บสะสมของพวกนี้อยู่เลย แต่ก็รู้จักเหตุผลนะ เพราะจะคอยบอกเขาเสมอว่า เวลาตอบคำถามใครนี่ต้องมีเหตุผลอย่างไปตอบข้างๆ คูๆ น้องญาญ่าชอบอ่านหนังสือพวกเหตุการณ์โลกในยุคต่างๆ ก็เป็นหนังสือที่บอกถึงความเป็นจริงของสิ่งที่เกิดขึ้น”

ชลดากล่าวว่า “ใช่เลยอายุ 9 ขวบนี่ เขาต้องการอิสรภาพนะ แต่เราก็ต้องบอกขอบเขตให้เค้าว่าสถานะเขาเท่านี้จะทำอะไรได้บ้าง ชิโร่นี่เค้า 10 ปีแล้วนะ เริ่มให้ตัดสินใจด้วยตัวเอง แต่ก็สอนเขานะว่า อย่าด่วนตัดสินใจตามอารมณ์ ให้รู้จักใช้สติ ถ้าโกรธให้ลองนับหนึ่งถึงสิบ ให้ใจเย็นลงค่อยคิดค่อยทำไป ชิโร่ชอบดาราศาสตร์ ต้องหาหนังสือเกี่ยวกับดวงดาวมาให้อ่าน ประวัติศาสตร์ก็ชอบนะ พวกวันสำคัญต่างๆ นี่ ถามแล้วตอบได้หมดเลย”

คนึงนิจ บอกว่า “ยายคิตตี้นี่ 11 ปีแล้ว มีเพื่อนเยอะ ชอบอยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ บางทีเพื่อนคิดเห็นยังไงก็ตามเพื่อนไปซะหมด จนสิ่งที่เราพูดเราบอกแทบจะไม่สำคัญไปเลย พูดมากไปก็หงุดหงิด ดูเป็นคนเจ้าอารมณ์ขึ้น รักสวยรักงาม บางทีก็ส่องกระจกอยู่นั่นล่ะเป็นนาน นิจเคยปรึกษาเพื่อนที่เป็นนักจิตวิทยา เขาบอกว่าเด็อายุประมาณนี้จะเป็นคนที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆ ก็เลยอยากให้คนอื่นรวมทั้งพ่อแม่เข้าใจและก็รับการเปลี่ยนแปลงของเขาได้ด้วย”

เมธาวีมองนาฬิกาแล้วบอกกับคนอื่นๆ ว่า “ถึงเวลาไปรับเด็กๆ กันแล้วนะ เรื่องนี้สงสัยยังคุยได้เรื่อยๆ ไม่จบง่ายซะแล้ว พรุ่งนี้มาคุยกันต่อนะ”



โรงเรียนบ้านหนองจอก